เริ่มต้นลงทุนหุ้นจีน กองทุนรวมไหนดี ปี 2025?
ขึ้นรถหุ้นจีน ทำได้ ไม่ยาก ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี ไม่ต้องใช้เงินเยอะ
หุ้นจีนมีอะไรดี อยากลงทุนหุ้นจีน เลือกกองทุนรวมหุ้นจีน ควรเลือกกองไหน?
เริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการลงทุนหุ้นไทย, หุ้นสหรัฐอเมริกา, กองทุนรวม, TFEX แบบเต็มอิ่มได้ที่ Liberator
หุ้นจีนน่าสนใจอย่างไร ทำไมไม่ควรพลาด?
1. ผลตอบแทนกลับมาน่าสนใจ คนเริ่มให้คุณค่าหุ้นจีน
ในช่วงที่คนเริ่มกลัวหุ้นสหรัฐฯ เพราะใครๆ ก็บอกว่าแพง กลัวทรัมป์ กลัวภาษี จนโดนขายลงมาจนติดลบกันไป 4-10% จากตอนต้นปี 2568
หุ้นจีนกลับขึ้นมาได้อย่างสวยงามมาก ถ้าดูย้อนหลังกันไป 1 ปี หุ้นจีนให้ผลตอบแทนเท่าไหร่?
(ข้อมูล ณ วันที่ 25 มี.ค. 2568)
2. จีนมีเศรษฐกิจที่ใหญ่มาก
เพราะว่าจีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่มากๆ ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกาแค่ประเทศเดียวเท่านั้น
โลกรู้จักจีนในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก เคยเป็นฐานการผลิตให้มาแล้วเกือบทุกสินค้า รวมกับจำนวนประชากรที่จีนมีกว่า 1,400 ล้านคน ทำให้เป็นประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่มาก
ลองนึกภาพว่าคนทุกคนใช้จ่ายเงินในชีวิตเฉลี่ยวันละ 10 หยวนก็คิดเป็นเงิน 14,000 ล้านหยวน หรือวันละ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือว่าเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ต่อให้แกล้งมองไม่เห็นก็ยังเห็นอยู่ดี
3. เทคโนโลยีของจีนดูก้าวหน้ามาก และมีไฟเขียวจากรัฐบาล
ถ้าใครเคยไปเที่ยวที่เมืองใหญ่ของจีน เราจะเห็นว่าเทคโนโลยีของจีนหลายอย่าง
ทั้งการผลิต, การขนส่งที่เริ่มใช้ Drone กันแล้ว, การเงินที่คนจีนแทบไม่ต้องพกเงินสด, หรือแม้กระทั่ง AI ที่สร้างวีดีโอ สร้างรูป ตอบคำถามทำคุณภาพออกมาได้ดีพอๆ กัน แต่ต้นทุนต่ำกว่าสหรัฐอเมริกาหลายเท่า
นักลงทุนเห็นแบบนี้ก็ชอบเลย ทำของได้คุณภาพใกล้กัน มีโอกาสเติบโตอีกมากนอกประเทศจีน แถมหุ้นยังมีราคาถูกกว่าอเมริกา ยิ่งทำให้น่าสนใจขึ้นไปอีก
ตัวอย่างของบริษัทฯ ชั้นนำยักษ์ใหญ่ในจีน เช่น Alibaba, Tencent, Baidu บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบ Xiaomi และรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาดอีกหลายค่าย
แต่เดี๋ยวก่อน หุ้นจีนไม่ได้ขึ้นได้อย่างเดียวนะ
จีนตอนนี้กำลังมีความเสี่ยงจากการเมืองต่างประเทศ ทั้งเรื่องภาษีการค้าจากทรัมป์ และประชากรที่ลดลง
จีนตอนนี้มีแนวคิดการทำงาน การจับจ่ายใช้สอยที่เปลี่ยนไป และที่สำคัญที่สุดคือความมั่นใจ เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างเคยโดนรัฐบาล “ลงโทษ” มาก่อนจนทำให้ธุรกิจซบเซาเป็นปีๆ
สรุปแล้วหุ้นจีนตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างนะ?
- ตลาดเริ่ม กลัว หุ้นจีนน้อยลง หลังจากรัฐบาลมาส่งสัญญาณพร้อมร่วมมือด้วย
- การเปิดตัวของ AI Deepseek ที่สร้างนวัตกรรมใหม่ให้กับวงการ AI โลกได้รู้ว่าการสร้าง AI ที่เก่งเทียบเท่าหรือนำ AI ระดับโลกอย่าง ChatGPT, Gemini นั้นมีต้นทุนต่ำก็สร้างได้
กลยุทธ์ระยะยาวของจีนยังคงเป็นแบบเดิม คือ ทำให้คนทั้งโลกได้ใช้ของที่มีคุณภาพสูงในราคาที่ถูกลงมากๆ แย่งส่วนแบ่งการตลาดจากคนเดิมๆ แล้วเตรียมผูกขาดในระยะยาว ทำให้เจ้าตลาดเดิมกุมขมับ กลุ้มใจหนัก
เมื่อคนทั้งโลกเริ่มเห็นว่าหุ้นจีนถูกเกินไป การเติบโตก็ยังแข็งแกร่ง งั้นนี่ก็อาจเป็นโอกาสของนักลงทุนแบบเราด้วยใช่ไหม?
เริ่มต้นลงทุนหุ้นจีน เริ่มอย่างไร
ถ้าเราเป็นมือใหม่แล้วเคยนั่งสับสนว่าหุ้นจีน A-Shares, H-Shares คืออะไร
เอ้า แล้วยังมี All China, Greater China อีก เขาพูดถึงอะไรกันอยู่ครับเนี่ย
เวลาที่มืออาชีพเขาพูดถึงตลาดหุ้นจีน มันจะมีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
1. ตลาดหุ้นฮ่องกง
2. ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสินเจิ้น
3. ตลาดหุ้นไต้หวัน
1. ตลาดหุ้นฮ่องกง (Hong Kong Exchange)
ตลาดหุ้นที่รวบรวมบริษัทฯ ชั้นนำของจีนและเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศเข้าไปลงทุนได้ง่ายที่สุด หุ้นหลายตัวในตลาดนี้มักมีสินค้าและบริการที่ส่งออกไปต่างประเทศ เช่น AIA (1299.HK) , Lenovo (0992.HK), Budweiser (1876.HK)
หุ้นในตลาดนี้มักถูกเรียกว่า H-Shares เป็นหุ้นที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในจีนแต่จดทะเบียนที่ฮ่องกงเพื่อให้ระดมเงินทุนได้คล่องตัวขึ้น
ตัวอย่างหุ้นจีนกลุ่มนี้ เช่น
- Baidu หุ้นที่มี market share ของ search engine ในจีนกว่า 60% โดดเด่นด้าน cloud computing, AI Chatbot, และรถยนต์อัตโนมัติ Apollo Go
- Tencent เจ้าของแพลตฟอร์มความบันเทิง WeTV, เกมน่ารักๆ ที่ออกแบบระบบให้ยั่วยวนใจให้เติมเงินได้อย่างดี WeChat มี active account กว่า 1.2 พันล้านคนทั่วโลก
เวลาเราจะดูภาพรวมตลาดนี้ จะดูกันจาก ดัชนีฮั่งเส็ง (Hang Seng Index) ที่คัดหุ้น Market Cap สูงอันดับต้นๆ ของตลาดมาให้เรา 83 บริษัทฯ
สรุปได้ว่า H-Shares = หุ้นจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกง ซื้อขายด้วยสกุลเงินฮ่องกงดอลลาร์ มีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนได้ง่าย
2. ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (SSE) และ ตลาดหุ้นเสินเจิ้น (SZSE)
ตลาดหุ้นทั้ง 2 แห่งนี้ถือเป็นตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ เรียกรวมกันว่า A-Shares โดย
- ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (SSE)
ตลาดที่รวมบริษัทขนาดใหญ่ของจีน มีความสำคัญต่อภาคการเงินและอุตสาหกรรมหลักของประเทศ - ตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้น (SZSE)
ตลาดที่รวมบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมจำนวนมาก ถ้าชอบหุ้นที่มีการเติบโตสูงๆ ต้องเล็งที่นี่เลย เช่น ดัชนี STAR50
ตัวอย่างหุ้นที่อยู่ในสองตลาดนี้ได้แก่ SSE & SZSE: Moutai, Midea, Gree, CATL, และ SMIC
- CATL หุ้นแบตเตอรี่รถ EV ที่ผลิตให้กับ Tesla, BMW, Volkswagen, และ NIO ครองส่วนแบ่งกว่า 40% ของโลก
- SMIC หุ้นเซมิคอนดัคเตอร์ชองจีนท่สามารถผลิตชิป 7nm ได้แข่งกับฝั่งตะวันตก
ถ้าเราสนใจภาพรวมของกลุ่ม A-Shares นักลงทุนจะมองภาพรวมผ่านดัชนี CSI300 ดัชนีที่รวมบริษัทขนาดใหญ่ 300 บริษัทฯ จากตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้น เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ เน้นในกลุ่มการเงิน อุตสาหกรรมการผลิต สินค้าอุปโภคบริโภค เทคโนโลยี และวัสดุ
แต่ก่อนหุ้นกลุ่มนี้จะถูกสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะคนจีนเท่านั้นที่ลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ได้ ปัจจุบันเริ่มเปิดรับให้นักลงทุนสถาบัน กองทุนต่างประเทศนำเงินมาลงทุนในตลาดนี้ได้ง่ายขึ้น
สรุปได้ว่า A-Shares = หุ้นจีนที่จดทะเบียนในจีน ซื้อขายด้วยสกุลเงินหยวน วิ่งขึ้นลงตามการบริโภคในจีน
3. ตลาดหุ้นไต้หวัน (TWSE)
ศูนย์กลางของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น TSMC หรือบริษัททางการเงินที่เข้ามาในไทย เช่น Yuanta, KGI หรือสายการเรือ Evergreen เป็นตลาดที่เน้นที่มีอุตสาหกรรมหลากหลายของไต้หวัน
ตัวอย่างหุ้นที่อยู่ในตลาดนี้ได้แก่ TSMC, MediaTek, และ Hon Hai Precision (Foxconn)
- TSMC ผู้ผลิตชิปให้กับ Apple และ Nvidia มีกำไรจากการขายถึง 57%
- Foxconn ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า และรับประกอบ Apple Iphone ส่งให้กับตลาดเอเชีย มีรายได้ติด Top 20 ของ Fortune Global 500 ในปี 2023
TAIEX เป็นดัชนีที่ใช้วัดสภาพตลาดหุ้นไต้หวัน โดยเน้นไปที่บริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการผลิต มีหุ้นกว่า 900 ตัว เน้นหนักในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การเงิน สินค้าฟุ่มเฟือย วัสดุ และอุตสาหกรรม
กองทุนหุ้นจีนแบบไหนที่เหมาะกับเรา?
- ถ้าเรามองว่าเศรษฐกิจจีนภาพรวมจะฟื้นขึ้น การบริโภคในประเทศจีนกลับมา บริษัทต่างๆ ที่ทำธุรกิจเฉพาะในจีนเริ่มเติบโตขึ้น
ให้มองหากองทุนหุ้นจีน A-Shares เช่น KT-Ashares-A, KFCSI300-A, MCHINAGA, ABCA-A - ถ้าเรามองว่ามีเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีจีนเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ เน้นหาบริษัทฯ จีนที่เริ่มมีชื่อเสียงออกไปในต่างประเทศ
มองหากองทุนหุ้นจีน H-Shares เช่น KF-CHINA, PRINCIPAL CHTECH-A - ถ้าเรามองว่าอยากได้ภาพรวมหุ้นในประเทศจีน เอาหมดทั่วทั้งจีนเลย
มองหากองทุนกลุ่ม All China คือ รวมทั้ง A-Shares และ H Shares เช่น KT-CHINA-A, PRINCIPAL CHEQ–A - ถ้าเรามองว่าอยากได้หุ้นชั้นนำแบบ TSM หรือหุ้นบริษัทฯ อื่นๆ ในไต้หวันด้วย
ให้มองหากองทุนกลุ่ม Greater China เช่น KF-HCHINAD
กองทุนที่เราดูยังมีแยกลงไปอีกว่าเป็นกองทุนที่ ลงทุนหมดทั้งตลาด ล้อไปตามดัชนีเลย (เรียกว่า Passive Funds) และ กองทุนที่ผู้จัดการกองทุนจะคัดสรรหาหุ้นจีนที่ยอดเยี่ยม น่าจะชนะตลาดได้ (เรียกว่า Active Funds) ด้วย
มีทั้งโอกาสและความเสี่ยงรออยู่ข้างหน้า
ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าหุ้นจีนมีโครงสร้างแบบไหนบ้าง และกองทุนจีนแบบไหนน่าจะเหมาะกับแผนลงทุนระยะยาวของเรา
แม้ว่าจีนอาจจะเป็นโอกาสที่ดี เราก็ควรที่จะกระจายความเสี่ยงไปเลือกกองทุนประเทศอื่นๆ หรือกลุ่มอื่นๆ อย่างกองทุนหุ้นทั่วโลกแบบ กองทุนตราสารหนี้ เอาไว้ด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า การลงทุนชุดนี้จะอยู่กับเราได้ในระยะยาวตามแผนที่วางไว้จริง
มาลองสัมผัสประสบการณ์กองทุนรวมที่ เหนื่อยน้อยกว่าแต่ได้ผลลัพธ์ใกล้กัน ลองเริ่มจากเปิดบัญชีและซื้อขายกองทุนรวมผ่านแอป Liberator ได้เลย
แหล่งอ้างอิงข้อมูลประกอบบทความ:
- The 20 countries with the largest gross domestic product (GDP) in 2024, Statista, 2025
- รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยธนาคารกลาง FED, Projection Material เดือน มี.ค. 2025
- สรุปข่าวและมุมมองของ 9arm รายละเอียดการพัฒนาของ Deepseek
- ข่าว รัฐบาลจีน ผ่อนคลายแรงกดดันธุรกิจเอกชน