Liberator ช่วยรวมให้ สนใจกองทุนตราสารหนี้ มีกองไหนบ้าง?
อยากกระจายเงินลงทุนไปหากองทุนตราสารหนี้ที่เสี่ยงต่ำ ควรเลือกกองไหนดี มีอะไรให้เลือกบ้าง รวมให้แล้ว
เริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการลงทุนหุ้นไทย, หุ้นสหรัฐอเมริกา, กองทุนรวม, TFEX แบบเต็มอิ่มได้ที่ Liberator
ตราสารหนี้คืออะไร?
เวลามีคนบอกว่า ลงทุนในกองตราสารหนี้ ความหมายคือ เรากำลังปล่อยกู้ให้คนอื่น อยู่
เราจะได้ดอกเบี้ยตลอดช่วงเวลาที่เราปล่อยกู้อยู่ และพอครบตามเวลาที่สัญญาเอาไว้เราจะได้เงินต้นคืน
การเลือกซื้อตราสารหนี้แค่ 1 ฉบับ จะเสี่ยงมากเพราะไม่รู้ว่าคนกู้จะจ่ายให้เราคืนตรงเวลาหรือเปล่า
ถ้าอยากให้เสี่ยงน้อยลง ควรหยิบๆ ตราสารหนี้คละๆ มาให้มีหลายฉบับที่สุด
ถ้าอยากซื้อหลายฉบับ แต่มีงบไม่มาก กองทุนรวมตราสารหนี้ จะดีกว่า
กองทุนรวมตราสารหนี้ มีแบบไหนบ้าง
กองทุนรวมตราสารหนี้หลักๆ จะมี 4 แบบ ได้แก่
- กองทุนรวมตลาดเงิน
- กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาลไทย
- กองทุนรวมหุ้นกู้เอกชนไทย
- กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ
รอมาแทรกภายหลัง ตอนที่เขียนบทความกองทุนรวมตราสารหนี้เสร็จแล้ว
กองทุนรวมตลาดเงิน
กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำมาก เพราะจะเลือกลงทุนในเงินฝาก (เอาไปฝากประจำที่ที่ดอกเบี้ยสูง), ตั๋วเงิน ที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี
ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับให้เพื่อนที่น่าเชื่อถือ ยืมเงิน 3-4 เดือน มีโอกาสได้คืนมากกว่าให้ยืมกันเป็นปีๆ มาก
กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาลไทย
กองทุนรวมที่นำเงินไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งอาจมีอายุได้ตั้งแต่ 1-3 ปี ไปจนถึง 7-10 ปี หรือยาวนานกว่านั้น กองทุนรวมประเภทนี้เป็นกองทุนที่เสี่ยงต่ำเหมือนกันเพราะคนจ่ายคือ รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐบาล
พอคนจ่ายคือรัฐบาล ซึ่งมีอำนาจควบคุมงบใช้จ่ายของประเทศ และสั่งประกาศเก็บภาษีเพิ่มได้ ทำให้ในทางทฤษฎีแล้วพันธบัตรรัฐบาลนั้นเสี่ยงต่ำมาก
เหตุผลที่กองทุนรวมประเภทนี้ เริ่มมีผลตอบแทนสูงขึ้น เพราะเริ่มลงทุนในตราสารหนี้ที่อายุยาวนานขึ้น
กองทุนรวมหุ้นกู้เอกชนไทย
เพิ่มระดับความเสี่ยงกันอีกเล็กน้อยเพราะคราวนี้คนที่มากู้เงินเรา ไม่ใช่รัฐบาลที่มีอำนาจล้นฟ้าแบบนั้นอีกแล้ว แต่เป็น บริษัทเอกชน
ถ้าบริษัทเอกชนทำธุรกิจแล้วมันไม่เวิร์ค เงินสดขาดมือ กลยุทธ์ผิดพลาด ทำให้เกิดการขาดทุนหนักๆ อาจทำให้บริษัทฯ ล้มละลายได้
และเมื่อเขาล้มละลาย แปลว่าเขาจะจ่ายหนี้คืนไม่ได้ ต้องไปหายึดสินทรัพย์มาขายเพื่อคืนเงินให้กับเจ้าหนี้แทน
กองทุนรวมประเภทนี้ก่อนจะลงเราต้องดู Credit Rating ด้วย ว่าบริษัทฯ นี้ หน่วยงานต่างๆ มองว่ามีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน มีโอกาสที่จะล้มละลายหรือเปล่า
ยิ่งเกรดดี ยิ่งปลอดภัย ยิ่งได้ผลตอบแทนต่ำ (เพราะเขาไม่เสี่ยง)
ยิ่งเกรดแย่ ยิ่งอันตราย ยิ่งได้ผลตอบแทนสูง (เพราะเขาต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงๆ นานๆ)
กองทุนประเภทนี้จะมีผลตอบแทนสูงขึ้น และความเสี่ยงสูงขึ้น เพราะมีทั้งเรื่อง ความน่าเชื่อถือ และ อายุของตราสารหนี้ เข้ามาด้วย
กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ
จริงๆ แล้วกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศนั้นก็ไม่ได้ต่างกับในไทย คือ ต้องดูเรื่อง อายุ (เราให้เขากู้เป็นเวลากี่ปี) และ ความน่าเชื่อถือ (เขาจะมีปัญญาใช้หนี้เรามั้ย?)
เพียงแต่คราวนี้คนที่มาขอกู้เงินเราเขาอยู่ต่างประเทศ อาจเป็น
- รัฐบาลต่างประเทศ (ซึ่งตอนนี้หลายๆ ประเทศให้ดอกเบี้ยสูงกว่าในไทย)
- บริษัทฯ เอกชนต่างประเทศ
ทำให้การติดตามข้อมูลต่างๆ จะยากขึ้นเล็กน้อย อาศัยว่าต้องตามจากรายงานเป็นหลัก ติดตามทวงถามยากกว่า
กองทุนรวมตราสารหนี้แบบไหนดี?
เลือกกองทุนตลาดเงิน เช่น KT-ST, 1AM-DAILY, KFCASH-A, MMM-PLUS
ถ้ามองหาที่พักเงินระยะสั้นๆ กลัวดอกเบี้ยขึ้น เน้นรักษาเงินต้น ยอมรับผลตอบแทนปีละ 1.50-2.00% ได้ ควรเลือกหมวดนี้
เลือกกองทุนพันธบัตรรัฐบาลไทย เช่น KFGOVRMF, M-BOND, RMF3
ถ้ามองหาที่ที่พักเงินปลอดภัย รับความเสี่ยงได้มากขึ้น มองว่าดอกเบี้ยรัฐบาลไทยอาจจะลดลง ยอมรับผลตอบแทนปีละ 2.00-2.50% ได้ ควรเลือกกลุ่มนี้
เลือกกองทุนหุ้นกู้เอกชนไทย เช่น KFAFIX-A, KTFIXPLUS-D, SMART-PLUS, ONE-FIXED-A
ถ้ามองหาที่ผลตอบแทนที่สูงขึ้น มองว่าบริษัทฯ แข็งแกร่ง ยอมรับผลตอบแทนปีละ 2.50-5.00% ได้
เลือกกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ เช่น KT-WCORP, MUBOND-A, KFCSINCOME-A
ถ้ารับความเสี่ยงได้สูงขึ้น แต่ยังไม่สูงเท่ากับลงทุนหุ้น มองว่าแนวโน้มดอกเบี้ยทั่วโลกมีโอกาสปรับตัวลง ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจทั่วโลกได้เก่ง คาดหวังผลตอบแทนปีละ 3.00-8.50% ได้
*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของกองทุนรวมแต่ละแบบก่อนตัดสินใจลงทุน
** ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต
อยากเริ่มต้นวางแผนลงทุนระยะยาว กองทุนรวมตราสารหนี้คือส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัยขึ้นได้ เพราะเราได้ดอกเบี้ยสม่ำเสมอ ราคาไม่เหวี่ยงมาก (ถ้าไม่ได้เลือกกองทุนตราสารหนี้อายุยาว) มาเริ่มศึกษาจากกองทุนรวมบนแอป Liberator ก่อนได้เลย